นม เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ และเป็นแหล่งของแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ซึ่งนมก็มีวางขายอยู่หลายชนิด ทั้งในตู้แช่เย็น และอยู่บนชั้นวางสินค้า วันนี้เราจะมาพูดถึง นมจืด และนมไขมันต่ำกันค่ะ ว่าควรดื่มนมแบบไหนดีกว่ากันและมีประโยชน์ยังไงบ้าง ดื่มนมจืด แบบเหมาะสมกับแต่ละวัย เด็กก่อนวัยเรียน 1 ปีขึ้นไป และวัยเรียน ควรดื่มนมรสจืด 2 แก้วต่อวัน ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง เด็กควรดื่มนมครบส่วน ไม่ควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนยหรือไร้ไขมัน เพราะมีแหล่งพลังงานคือไขมันและวิตามินเอ ดี อี เค ซึ่งละลายในไขมัน หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรควรดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว และบริโภคปลาเล็กปลาน้อย 2 ช้อนกินข้าวหรือผักใบเขียวเข้ม 4 ทัพพี หรือเต้าหู้แข็ง 1 แผ่นเพิ่ม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกทั้งมารดาและทารกในครรภ์ วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุแนะนำให้ดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุแคลเซียมเพียงพอ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน นมไขมันต่ำเหมาะกับใคร ? ผู้ที่ปัญหาภาวะไขมันในเลือดสูง ควรเลือกดื่มนมรสจืดพร่อง...
สารอาหารที่คุณแม่ได้รับประทานนั้นสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กและพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพราะอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไป ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของลูกน้อย โดยเฉพาะการเสริมสร้างระบบประสาทและสมอง มาดูกันค่ะว่า อาหารเสริมบำรุงสมอง ประเภทใดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่จะช่วยให้ลูกฉลาดได้บ้าง เนื้อปลา ในเนื้อปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นส่วนประกอบของการสร้างเครือข่ายระบบประสาทสมองของทารก ช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีในเรื่องของความจำ และการเรียนรู้ โดยคุณแม่ควรรับประทานปลาอย่างน้อย 12 ออนซ์ต่อสัปดาห์ ซึ่งปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า รวมไปถึงปลาพันธุ์ไทยอย่าง ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล ปลากะพง ปลาทู เป็นต้น ผักและผลไม้ ผักและผลไม้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี้จะช่วยป้องกันเนื้อเยื่อสมองของลูกไม่ให้เสียหายหรือถูกทำลาย คุณแม่ควรเลือกรับประทานผักที่มีสีสดใสหรือสีเข้ม เพราะจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าปกติ เนื้อสัตว์ นอกจากเนื้อปลาแล้ว คุณแม่ก็ควร...