ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สารอาหารสำคัญ “กรดอะมิโน” ช่วยพัฒนาการสมองของลูกน้อยให้เติบโตสมวัย

ทุกพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกทำให้หัวใจของแม่พองโต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือสมอง ที่ทำงานสอดประสานกัน สมองจึงทำหน้าที่สำคัญ เพราะมีหน้าที่ควบคุมสั่งการการเคลื่อนไหวให้กับร่างกาย สมองยังเกี่ยวข้องกับการรับรู้ อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้พัฒนาการของสมอง ได้เติบโตและเรียนรู้อย่างมีศักยภาพ กรดอะมิโน จึงเป็นสารอาหารสำคัญที่สมองขาดไม่ได้ กรดอะมิโน คืออะไรกันนะ? สำคัญกับลูกอย่างไร ? ไปดูกันค่ะ



กรดอะมิโน หรือ Amino Acid คือหน่วยเล็กๆ ของโปรตีน โดยร่างกายจะย่อยโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโนเพื่อดูดซึมสู่กระแสเลือดแล้วนำไปใช้ต่อกับทั้งร่างกายและสมอง กรดอะมิโนมีความสำคัญมากต่อการทำงานของสมองที่ขาดไม่ได้ เพราะกรดอะมิโนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองส่งสัญญาณเพื่อสั่งการและควบคุมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีกรดอะมิโนอยู่ 9 ชนิดที่ร่างกายของเรานั้นไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง แต่จำเป็นจะต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ได้แก่
  • ทริปโตเฟน (Tryptophan) มีส่วนเสริมสร้างคุณภาพในการนอนหลับ
  • ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย สู้เชื้อโรคและช่วยเผาผลาญไขมัน
  • ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว และสร้างความทรงจำในสมอง
  • เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสลายไขมัน
  • ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรง
  • ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ทำให้กระดูกแข็งแรง
  • วาลีน (Valine) กระตุ้นการทำงานสมอง ทำให้กล้ามเนื้อประสานกันได้ดี
  • ไอโซลิวซีน (Isoleucine) เสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาท เตรียมพร้อมสมองต่อการเรียนรู้
  • อิสติคีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท ป้องกันภาวะพัฒนาการช้า

ความพิเศษของกรดอะมิโน คือจะช่วยในการสังเคราะห์เครื่องส่งสัญญาณระบบประสาท และเครื่องปรับ ระบบประสาท รวมทั้งยังเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาท ช่วยสังเคราะห์เส้นใยประสาทไมอิลินเนท (myelinated) ที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการเลือกนมที่มีคุณภาพและมีสารอาหารครบถ้วน นอกจากนี้คุณแม่อย่าลืมเอาใจใส่เรื่องการเรียนรู้ของลูกน้อยด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนะนำนม 5 ยี่ห้อนมเด็กที่กินแล้วช่วยให้ตัวสูง

ตอนเด็กๆ เราถึงถูกปลูกฝังให้กินอาหารให้ครบห้าหมู่พร้อมดื่มนมให้เยอะๆ เพราะว่านมนั้นมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างและบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งมีแคลเซียมเยอะ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และเพิ่มความสูงอีกด้วยวันนี้เลยขอแนะนำ 5  ยี่ห้อนมเด็ก ที่กินแล้วสูงโดยไม่เรียงลำดับมาฝากกันค่ะ นมตราหมี นมตราหมี (อังกฤษ: Bear Brand) เป็นยี่ห้อนมผงและเครื่องดื่มนมที่เริ่มวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2519 โดยบริษัทเนสท์เล่ วางจำหน่ายในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นมผงตราหมีอยู่ในความดูแลของเนสท์เล่ (ประเทศไทย) ส่วนผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม (นมสเตอริไลส์ และเครื่องนมไขมันต่ำ ตราหมี โกลด์) อยู่ในความดูแลของเฟรเชอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ในเครือทีซีซีฯ นม ไทย – เดนมาร์ค นมไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์วัวแดง เป็นผลิตภัณฑ์นมของคนไทยที่ผลิตและจัดจำหน่าย โดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ที่เป็นองค์การของรัฐ สังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งตลอดกว่า 45 ปี ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในคุณภาพของนมไทย-เดนมาร์ค ที่ใช้น้ำนมสด 100% ไม่ผสมนมผ...

การดื่มนมแคลเซียมสูง ดื่มแล้วได้รับแคลเซียลมากน้อยเพียงใดจากการดื่มนม?

                นม เป็นอาหารที่ยอมรับกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ครบถ้วนด้วยสารอาหารหลัก 5 หมู่ นมมีโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอมิโนครบถ้วนทุกชนิด โดยเฉพาะชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน ปัจจุบัน มี นมแคลเซียมสูง วางจำหน่ายในท้องตลาดมากมายหลายยี่ห้อ จึงเกิดคำถามว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการดื่มนมประเภทนี้ไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ นมแคลเซียมสูง  ดื่มแล้วได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการดื่มนมประเภทนี้? คำตอบคือ ร่างกายได้รับแคลเซียมจากนม แคลเซียมสูงไม่มากไปกว่าได้รับจากนมธรรมดาแต่อย่างใด เพราะความสำคัญอยู่ที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมสูงไปใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากนมแคลเซียมสูงไปใช้ได้หมดในคราวเดียว ดังนั้น การบริโภคนมธรรมดาอย่างสม่ำเสมอ น่าจะได้รับประโยชน์จากแคลเซียมมากกว่า นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการดื่มนมด้วย หากดื่มนมขณะท้องว่าง ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้น้อยกว่าดื่มขณะที่ในท้องมีอาหาร ...

โอเมก้า 3 6 9 ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ทั้งร่างกายและสมอง

หลังจากเด็กอายุพ้น 1 ขวบ หรือ 12 เดือน ลูกน้อยก็จะโตพอที่สามารถกินนม UHT ได้ ทั้งนี้ในวัย 1 -3 ขวบขึ้นไป ในวัยนี้จะเป็นช่วงที่สมองของเด็กพัฒนาได้มากที่สุด คุณแม่ควรเสริมสร้างความฉลาดของลูกด้วยนม UHT ที่มีส่วนผสมของ  โอเมก้า 3 6 9  ควบคู่กับอาหารมื้อหลักของลูก เพื่อช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้ลูกวัยนี้ด้วยค่ะ โอเมกา 3 6 9 มีประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กอย่างไร โอเมก้า 3 ( omega- 3)  ถือเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายนำไปผลิตเป็นกรดไขมันชนิด DHA มีความสำคัญในการพัฒนาและการทำหน้าที่ของระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง ของเด็กๆ รวมทั้งพัฒนาการทำงานของสมองและจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจำระยะสั้น จนถึงทักษะในการอ่าน โอเมก้า  6 (omega-6)  เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่สำคัญในสร้างความสมดุลให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดอาการปวดและลดการอักเสบได้ ที่สำคัญคือช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างเต็มที่ โอเมก้า 9  (omega-9)  มีความสำคัญต่อการควบคุมระบบการแข็งตัวของเลือดซึ่งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ทำให้ร่างกายของลูกน้อยทำงานได้อย่างส...