ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เช็คพัฒนาการเด็กวัย 3-6 ปี ว่าเด็กมีพัฒนาการตามวัยหรือเปล่า

ในวัย 3-6 ปี เด็กส่วนใหญ่เริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาล ซึ่งเขาจะได้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น พัฒนาการเด็กจะมีการพัฒนาการด้านภาษาอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการพูด และได้เริ่มต้นเรียนรู้การอ่าน เขียน เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้มาก การมีพัฒนาการสมวัยเป็นเครื่องแสดงว่าเด็กเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์พร้อม ซึ่งพัฒนาการของเด็กจะดำเนินไปตามช่วงวัย ซึ่งคุณแม่สามารถเช็คพัฒนาการของลูกได้เบื้องต้นว่าลูกมีพัฒนาการตามวัยหรือเปล่าได้ดังนี้ค่ะ



3 ขวบ พูดสื่อสารได้เก่งขึ้น
เด็กอายุ 3 ขวบ ควรสามารถบอกชื่อสัตว์ในหนังสือที่ดูด้วยกันได้อย่างน้อย 1 รูป สามารถนั่งฟังนิทานได้อย่างน้อย 5 นาที สามารถถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านด้วยกันได้ สามารถพูดคุยสื่อสารให้ผู้ใหญ่ทั่วไปฟังเข้าใจได้ ไม่ใช่พูดแล้วคนใกล้ชิดเท่านั้นที่ฟังรู้เรื่อง คุณพ่อคุณแม่จึงควรพูดคุยกับเขาบ่อย ๆ ถามและตอบคำถามของพวกเขาอย่างสนใจ

4 ขวบ เข้าใจกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น
ทางด้านร่างกายเด็กอายุ 4 ขวบ จะขี่จักรยาน 3 ล้อได้ รู้จักการเล่นซ่อนหา วิ่งไล่จับ หรือเกมอื่น ๆ ที่มีกฎเกณฑ์ รู้จักการทำตามกฎกติกานั้นได้ รู้จักการเล่นสมมุติ โดยเล่นกับตุ๊กตาคน สัตว์ เด็กบางคนอาจเล่นหรือพูดคุยกับเพื่อนในจินตนาการ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจค่ะ ด้านการใช้มือลูกวัยนี้สามารถวาดรูปวงกลมได้เมื่อเห็นแบบ ชอบทำท่าเขียนหนังสือ ขีดเขียนสิ่งต่าง ๆ ในกระดาษแล้วอ่านออกมาแบบสมมติได้

5 ขวบ ไม่งอแงแล้วล่ะ
พออายุ 5 ขวบ ลูกควรจะช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เช่น ติดกระดุมเสื้อผ้าของตัวเองได้ รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำเองได้ ระหว่างปิดเทอมคุณแม่ควรให้ลูกทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เหมือนเวลาที่ไปโรงเรียนนะคะ เด็กวัยนี้ควรจะนั่งนิ่ง ๆ ฟังเรื่องเล่าได้นานกว่า 10-20 นาที วาดรูปสี่เหลี่ยมได้เมื่อเห็นแบบ บอกชื่อพยัญชนะบางตัวได้ บอกชื่อตัวเองได้และบอกพยัญชนะที่สะกดชื่อตัวเองได้

6 ขวบ ช่วยเหลือตัวเองได้เก่ง
แต่งตัวเองได้โดยคุณแม่ไม่ต้องช่วย สวมรองเท้า ผูกเชือกรองเท้าเองได้ รับลูกบอลลูกเล็กที่ส่งให้แบบกระเด้งได้ กระโดดแบบกระต่ายขาเดียวได้ บอกอายุได้ พูดทวนตัวเลขได้อย่างน้อย 4 ตัวติดกันอย่างถูกลำดับ บอกตัวอักษรได้อย่างน้อย 10 ตัว รู้เสียงของตัวอักษรพยัญชนะเกือบทุกตัว อ่านคำที่คุ้นเคยได้มากกว่า 15 คำ เขียนคัดลอกคำง่าย ๆ จากหนังสือได้ เวลาเล่นในกลุ่มเพื่อน เขาจะมีพฤติกรรมที่ดี ความเอาแต่ใจลดลง เพราะต้องการการยอมรับ ไม่อยากแปลกแยกจากคนอื่น

การเลี้ยงลูกให้ฉลาดและการเฝ้าดูพัฒนาการของลูกให้เป็นไปอย่างสมวัยเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ หากพ่อแม่สังเกตว่าลูกมีพัฒนาการล่าช้ากว่าที่ควร ลูกอาจทำได้ไม่ครบทุกข้อ ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่หากเห็นว่าลูกทำได้ช้ากว่าวัยหลายข้อ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการและพฤติกรรมค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก baby.kapook.com/view65718.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนะนำนม 5 ยี่ห้อนมเด็กที่กินแล้วช่วยให้ตัวสูง

ตอนเด็กๆ เราถึงถูกปลูกฝังให้กินอาหารให้ครบห้าหมู่พร้อมดื่มนมให้เยอะๆ เพราะว่านมนั้นมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างและบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งมีแคลเซียมเยอะ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และเพิ่มความสูงอีกด้วยวันนี้เลยขอแนะนำ 5  ยี่ห้อนมเด็ก ที่กินแล้วสูงโดยไม่เรียงลำดับมาฝากกันค่ะ นมตราหมี นมตราหมี (อังกฤษ: Bear Brand) เป็นยี่ห้อนมผงและเครื่องดื่มนมที่เริ่มวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2519 โดยบริษัทเนสท์เล่ วางจำหน่ายในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นมผงตราหมีอยู่ในความดูแลของเนสท์เล่ (ประเทศไทย) ส่วนผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม (นมสเตอริไลส์ และเครื่องนมไขมันต่ำ ตราหมี โกลด์) อยู่ในความดูแลของเฟรเชอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ในเครือทีซีซีฯ นม ไทย – เดนมาร์ค นมไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์วัวแดง เป็นผลิตภัณฑ์นมของคนไทยที่ผลิตและจัดจำหน่าย โดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ที่เป็นองค์การของรัฐ สังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งตลอดกว่า 45 ปี ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในคุณภาพของนมไทย-เดนมาร์ค ที่ใช้น้ำนมสด 100% ไม่ผสมนมผ...

การดื่มนมแคลเซียมสูง ดื่มแล้วได้รับแคลเซียลมากน้อยเพียงใดจากการดื่มนม?

                นม เป็นอาหารที่ยอมรับกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ครบถ้วนด้วยสารอาหารหลัก 5 หมู่ นมมีโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอมิโนครบถ้วนทุกชนิด โดยเฉพาะชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน ปัจจุบัน มี นมแคลเซียมสูง วางจำหน่ายในท้องตลาดมากมายหลายยี่ห้อ จึงเกิดคำถามว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการดื่มนมประเภทนี้ไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ นมแคลเซียมสูง  ดื่มแล้วได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการดื่มนมประเภทนี้? คำตอบคือ ร่างกายได้รับแคลเซียมจากนม แคลเซียมสูงไม่มากไปกว่าได้รับจากนมธรรมดาแต่อย่างใด เพราะความสำคัญอยู่ที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมสูงไปใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากนมแคลเซียมสูงไปใช้ได้หมดในคราวเดียว ดังนั้น การบริโภคนมธรรมดาอย่างสม่ำเสมอ น่าจะได้รับประโยชน์จากแคลเซียมมากกว่า นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการดื่มนมด้วย หากดื่มนมขณะท้องว่าง ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้น้อยกว่าดื่มขณะที่ในท้องมีอาหาร ...

โอเมก้า 3 6 9 ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ทั้งร่างกายและสมอง

หลังจากเด็กอายุพ้น 1 ขวบ หรือ 12 เดือน ลูกน้อยก็จะโตพอที่สามารถกินนม UHT ได้ ทั้งนี้ในวัย 1 -3 ขวบขึ้นไป ในวัยนี้จะเป็นช่วงที่สมองของเด็กพัฒนาได้มากที่สุด คุณแม่ควรเสริมสร้างความฉลาดของลูกด้วยนม UHT ที่มีส่วนผสมของ  โอเมก้า 3 6 9  ควบคู่กับอาหารมื้อหลักของลูก เพื่อช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้ลูกวัยนี้ด้วยค่ะ โอเมกา 3 6 9 มีประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กอย่างไร โอเมก้า 3 ( omega- 3)  ถือเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายนำไปผลิตเป็นกรดไขมันชนิด DHA มีความสำคัญในการพัฒนาและการทำหน้าที่ของระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง ของเด็กๆ รวมทั้งพัฒนาการทำงานของสมองและจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจำระยะสั้น จนถึงทักษะในการอ่าน โอเมก้า  6 (omega-6)  เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่สำคัญในสร้างความสมดุลให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดอาการปวดและลดการอักเสบได้ ที่สำคัญคือช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างเต็มที่ โอเมก้า 9  (omega-9)  มีความสำคัญต่อการควบคุมระบบการแข็งตัวของเลือดซึ่งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ทำให้ร่างกายของลูกน้อยทำงานได้อย่างส...